อโณมา ศรัณย์ศิขริน
รับสอนWorkshopเรื่องอาหาร,ออกกำลังกาย🏽Free️ตามมหาวิยาลัย,หน่วยงานรัฐบาล ติดต่องานที่เลขาฯนุสรา:087-839-7462
ของ เมจิ อโณมา
มี 288 คนชอบรูปนี้
-
เมจิมีเรื่องที่เกิดขึ้นที่ออสเตรเลียมาแชร์ให้อ่านค่ะ สามีเมจิเป็นชาวออสเตรเลีย เค้าเล่าให้ฟังว่าเวลาคนที่มีfarmวัวเนื้อที่ดังๆ ที่เราคนไทยชอบท่านกันแบบเนื้อวัวเกรดA premium เวลาเค้าเลื้ยงวัวเนื้อ ต้องการให้ตัวใหญ่ๆอวบๆ วิธีการคือ เค้าจะเอาฝูงวัวไปปล่อยไว้ในบริเวณที่มีหญ้าไม่อุดมสมบูรณ์ก่อน ประมาณ3-4เดือน เมื่อวัวเหล่านั่นมีแหล่งอาการไม่อุดมสมบูรณ์ วัวเหล่านั้นก็จะทานน้อย ทานแบบอดๆอยากๆ จนร่างกายผอมเหลือแต่กระดูก หลังจากนั้นเค้าจะเอาฝูงวัวทั้งหมดกลุ่มนี้ ย้ายไปที่มีหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ วัวก็จะมีหญ้าดีๆทานได้เต็มที่ หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนเกิดอะไรขึ้นทราบมั้ยคะ? วัวเหล่านั้นที่ผอมเพราะทานแบบอดๆอยากๆ กลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิม และพอวัวอ้วนมีน้ำหนักมาก เค้าจะขายสู่ตลาดได้ราคาดีกว่าวัวที่มีลักษณะlean bodyค่ะ. หลักการคือเค้าทำให้วัวเกิดาอาการ Yo Yo effect นั่นเองค่ะ สังเกตุว่าเพราะวัวพอไปอยู่สถานที่ๆหญ้าไม่อุดมสมบูรณ์ เค้าอดอาหาร ทานแบบแค่พอมีชีวิตรอดเท่านั้นเอง เค้าเลยผอมเห็นซี่โครง หลังจากย้ายไปที่ๆหญ้าอุดมสมบูรณ์ ร่างกายวัวเลยProgram restoring fat ทันที่ที่หญ้าที่วัวทานเข้าไป เพราะร่างกายเค้าจำได้ว่าที่ผ่านมาเค้าได้อาหารอดๆอยากๆ พอเจอหญ้าที่ดี ทีนี้พอเข้าร่างกาย เค้ารีบเอาไปเก็บเป็นไขมัน เพื่อไว้เป็นพลังงานสำรองทันที กลไกการเผาผลาญของวัวก็มีระบบเหมือนกันกับมนุษย์ค่ะ เพราะวัวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนมนุษย์ค่ะ เจ้าของfarmวัวเนื้อเค้ารู้ว่าหลักการนี้จะเร่งทำให้วัวตัวอวบได้รวดเร็วกว่า เค้าเลยทำให้วัวyoyo effect เพื่อขายในราคาทีดีกว่า เนื้อนุ่มแบบtenderละลายในปากแบบที่คนไทยชอบทานhi premium beef จากออสเตรเลีย เนี่ยและค่ะ เพราะวัวที่lean body เนื้อเค้าเหนียวทานยากกว่า ค่ะ ฉนั้นใครไม่อยากอ้วนห้ามอดๆอยากๆนะคะ ทานแบบพอดีๆ ที่เมจิบอกว่าถ้าอยากนับแคลฯให้ทานตัวเลขติดลบ ก็จริง แต่ไม่ได้ความว่าทานแบบอดๆอยากๆนะคะ เช่นถ้าร่างกายเผาได้วันละ1,800kcalต่อวัน ให้ทานประมาณ1,200-1,500ก็พอ ที่เหลือออกกำลังกายbuild สร้างกล้ามเนื้อ &burn เพิ่มเผาแคลฯ เอาดีที่สุดค่ะ; -
มีคลิปสวยๆมาฝากค่ะ วันนี้เมจิกับสามีไปเดินดูMonatery และเป็นchurch ของบาทหลวงสมัย800-900ปีที่แล้ว สวยจริงๆค่ะ @lisbon @Portugal คืนนี้ขอgood night ก่อน พรุ่งนี้เมจิมีเคล็ดไม่ลับมาบอกแบบไม่กั๊กอีก คอยติดตามนะคะ ใครมนอนไม่หลับ เมจิแนะนำย้อนไปอ่านpostที่เมจิเคยแชร์ที่ผ่านๆมา เพียบจริงๆ และคุณจะได้เข้าใจมากขึ้นเรื่องการมีสุขภาพที่แข็งแรง มีรูปร่างสมส่วน ไม่ผอมเกินไป ไม่อ้วนเกินไป จริงๆและวทำยังไงกันแน่? ขอgood night ด้วยคลิปสวยๆจาก@lisbon @โปรตุเกส ค่ะ หลับฝันดี ตื่นมาก็มีความสนุก กระปลี้กระเปล่า ร่าเริง แข็งแรงนะคะ 😴; -
Goodmorning from @kisbon ค่ะ เช้านี้มาสอนบริหารabs แบบ3จังหวะ ด้วยการหาผ้าขนหนูผืนเล็กมาดึงไว้ตลอดการออกกำลังกาย นะคะ ท่าละ30-60วิ พัก10วิในแต่ละท่า หรือต่อเนื่องไปเลยโดยไม่พัก ท่าละ30-60วิ non stop 4-6set fit and firm ค่ะ; -
ออกมาวิ่งjoging ตอนเย็นแดดอ่อนๆกำลังดี วิ่งขึ้นเขาบ้าง ขึ้นบันได้บ้าง วิ่งไปcardioไป จะได้เพิ่มการburn เพราะเย็นนี้จะไปหาอะไรอร่อยทานที่@lisbon ค่ะ; -
ตารางเวลาเวลาอยู่ต่างประเทศ หรือท่องเที่ยว 6:00am. ตื่นนอน 7:00am. Exercise ในห้องนอน 8:00am. อาบน้ำแต่งตัว 9:00am. Breakfast 9:30am. ออกไปtourเน้นเดินมากกว่า 1:30pm. อาหารเที่ยง 3:00pm. กลับมาพักผ่อน ตกเย็นแดดเย็นๆออกไปjoging ออกกำลังกายแบบเบา ถ่ายรูป จะเห็นว่าตารางเวลาเมจิจะเผื่อใว้สำหรับการออกกำลังกายเสมอ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน พอเราฝึกทำเป็นประจำ ร่างกายเราก็จะปรับตัวในสิ่งที่เราทำเป็นประจำแบบไม่ต้องฝืน เค้าเลยเรียกการทำแบบนี้ว่า ออกกำลังกายเป็นนิสัยค่ะ แรกๆจะต้องคอยฝืนให้ตัวเองขยันก่อน หลังจากร่างกายเราโดนเราผลักดันแบบนี้ทุกวัน จากวันเดือน จากเดือนเป็นปี เค้าเลยกลายเป็น "อุปนิสัย' ค่ะ กว่าเมจิจะเข้าmodeนี้ได้ต้องใช้วินัย ที่เหลือร่างกายเค้าจะคิดว่าวันไหนไม่ได้ออกำลังกาย จะรู้สึกขาดอะไรไปอย่าง ใครเป็นแบบนี้แล้วบ้างคะ Goodnight Bangkok ;
-
อยากให้อ่านบทความนี้ให้จบนะคะ สรุปจากเมื่อวานว่าใครอยากลดน้ำหนักให้ ทานน้อยกว่าเผาออก ใครอยากรักษาน้ำหนัก ให้ทานเท่ากับเผา ใครอยากเพิ่มก็ทานมากกว่าเผา สูตรง่ายๆที่เราสามารถเข้าใจ อต่ทำนั้นก็ยากหากไม่มีวินัยต่ิตนเอง แต่ไม่ยากหากเรามีความพยายาม และสาวๆส่วนใหญ่มัก อยากลดน้ำหนักมากกว่า คือทำตัวเลขแคลฯที่เราทานให้ติดลบ แบบต่อเนื่อง เป็นเวลา2-3week ถึงจะลงตามที่ตัวเองต้องการ บางวันขาดบางวันเกินอย่างนี้ร่างกายไม่เอาfatเก่ามาเผามากนะคะ แต่เมจิขอเตือนสาวๆที่ชอบใช้ทางลัดในการลดน้ำหนัก เช่นยาลดความอ้วน หรือสมุนไพรอะไรก็ตามที่ให้สรรพคุณแบบไม่หิว พวกนี้เข้ากลุ่มกดประสาททั้งสิ้นค่ะ จะผอมแค่ในระยะนึง หลังจากนั้นเด้งกลับมาอ้วนกว่าเดิมหลายเท่าตัว แล้วลงยากเลยค่ะทีนี้ เนื้อตัวจะเหลว เพราะเกิดจากร่างกายขาดโปรตีนในการเกิดcellใหม่ อวัยวะภายใน ตับไตหัวใจฯลฯเค้าก็ต้องมีcellเกิดCellตาย เหมือนเช่นกล้ามเนื้อ ผิวหนังเรา พออวัยวะภายในขาดโปรตีน เค้าจะเริ่มดึงเอาโปรตีนจากมวลกล้ามเนื้อเราไปทดแทน คนที่yo yo เลยมีอาการเนื้อตัวเหลว เห็นมั้ยคะว่าร่างกายเราเค้าต้องปรับสมดุล อะไรที่จำเป็นเค้าก็ต้องดึงจากส่วนที่จำเป็นน้อยที่สุดมาใช้ก่อน และคนที่yo yoจะ ไม่สบายบ่อย สามวันดีสี่วันไข้ มีอาการโรคหัวใจ เพราะยากดประสาทบางชนิดทำให้ใจสั่น รุนแรงมากถึงขั้นหัวใจล้มเหลว ! ตามข่าวเราก็เคยเห็นกันมาแล้ว อย่าเอาชีวิตร่างกายตัวเองไปแลกกับสิ่งที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะสาวๆวัยรุ่น ในยุคนี้ใช้ยาลดตวามอ้วนกดอาการหิวกันเยอะมาก ตอนสาวๆร่างกายยังไม่ออกอาการ จะไปออกอาการตอนที่อายุมากแล้ว ค่ะ ทำไมหนะหรือคะ ? ร่างกายคนเราดำรงค์ชีวิตอยู่ได้ด้วยสารอาหารมากมายหลายชนิด บำรุงสมอง บำรุงโครงสร้างทั้งภายนอกภายใน เหมือนรถยนต์ที่ต้องการน้ำมันในการเผาเครื่องยนต์ น้ำมันรถเปรียบเหมือนอาหาร ส่วนการเคลื่อนไหวหรือการออกกำลังกาย เป็นการบำรุงรักษาเครืองยนต์ ให้คงสมรรถนะ เปรียบเหมือนรถยนต์ ถึงมีน้ำมันแต่ถ้าจอดไว้นานๆ โครงสร้างภายในก็ฝืดเคืองค่ะ ร่างกายคนเราถ้าแน่นิ่ง นั่งๆนอนๆ ตลอดระระ10ปี ลองย้อนกลับไปดูว่า10ที่ผ่านมาเราเป็นแบบนี้มั้ย แบบนั่งๆ นอนๆ เคลื่อนไหวแบบมากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ถ้าใช่ ร่างกายคุณจะแก่กว่าอายุจริงที่คุณมี ทำอะไรรนิดหน่ยก็เหนื่อยง่วงซึม. นอนเยอะ แต่ยังง่วงนอน ไม่กระปลี้กระเปล่า เดี๋ยวก็ไม่สบาย ถ้าใครมีอาการเหล่านี้ รีบเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร แล้วเริ่มค่อยๆออกกำลังกาย ให้มากขึ้น เพราะร่างกายคุณเหมือนเคื่องยนต์ที่ขาดการเข้าศูนย์บำรุง กำลังเป็นเครื่องยนต์ที่สนิมกำลังเกาะกิน จนผุพัง; -
วันนี้เมจิจะอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆว่าการคำนวนแคลฯรักษาน้ำหนักให้ลดลง ทำยังไง? อย่างแรกถ้าเราอยากรู้ว่าจริงๆแล้วตัวเราเองแบบปกติชีวิตประจำวันที่ไม่ได้ออกกำลังกายร่างกายเราเผาวันละกี่แคลกันแน่? เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ แม้ว่าเพศ อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก เหมือนกัน ระะบบเผาแคลก็ไม่เท่ากัน เพราะพฤติกรรมแต่ละคนเคลื่อนไหวต่างกันในแต่ละวัน สิ่งแรกเลยคือลงทุนไปซื้อที่วัดแคลฯมาวัด แบบที่ไว้รัดที่หน้าอกlinkข้อมูลที่นาฟิกาข้อมือ ราคาประมาณ2,000-4,000บาท ที่เวลาเราไว้ออกกำลังกาย เพราะเค้าจะจับจังหวะการเผาแคลฯจากจังหวะการเต้นของหัวใจเราค่ะ เพราะการเต้นของหัวใจเราเต้นช้าเร็วต่างกันในแต่ละกิจกรรม อันนี้sureกว่าจะได้รู้แบบแน่นอนเป๊ะกว่าแบบapplicationในiphone เพราะappเค้าคำนวนคร่าวๆจากอายุ เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก และการเคลื่อนไหวแบบคร่าวๆ ส่วนที่วัดแคลฯรัดไว้ที่หน้าอกให้จับตั้งแต่ตื่นนอนจนนอนหลับ ที่นี้พอเราทราบแล้วเราก็จะได้กะประมาณการทานต่อวันต่อมื้อได้แบบมีเป้าหม้าย สมมุติว่าเครื่องวัดๆเค้าวัดได้ที่1,800kcalต่อวันตั้งแต่ตื่นจนนอน นั่นคือการเผาในร่างกายเราต่อวันโดยที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ฉนั้นหลักการนับแคลฯลดน้ำหนักคือ ต้องทำให้ตัวเลขแคลต่อวันติดลบแบบต่อเนื่อง เช่นหนัก50kg ต้องการเหลือ48kg คุณต้องทานแบบตัวแบบตัวเลขติดลบคือต้องให้น้อยกว่า1,800kcal ต่อวันแบบต่อเนื่อง ทีนี้ต่อมาคือระยะเวลาว่าคุณอยากให้ลดจาก50kgเหลือ48kgเนี่ยอยากใช้เวลานานเท่าไหร่? ขึ้นอยู่กับตัวเลขแคลฯที่คุณต้องการทำติดลบ ถ้าเผาวันละ1,800kcal อยากลงไวๆแบบมั่นใจว่าทำได้แน่sure sure ก็ต้องทานวันละไม่เกิน1,200kcalต่อวันเป็นระยะติดต่อกัน2-3week ถ้าทำได้แบบไม่ตะบะแตก เลขติดลบยังไงก็ลงค่ะ อันนี้พูดถึงแบบไม่ออกกำลังกายนะคะ ทีนี้ถ้าออกกำลังกายแบบcardioบวกแบบเพิ่มกล้ามเนื้อด้วยแล้วล่ะก็ คุณก็จะเพิ่มการเผาแคลฯมากกว่าที่ร่างกายเราเผาเอง เช่นปกติเผาวันละ1,800แคลฯ ออกกำลังกายด้วย ทีนี้จะเผาเพิ่มขึ้นอีกกี่แคลก็ขึ้นอยู่กับการbuild and burn ร่างกายตัวเองในระยะเวลาที่คุณออกกำลังกาย จะให้แน่ใจว่าเราออกกำลังกายคราวนี้เผาไปกี่แคล ก็เอาที่วัดจับการเต้นของหัวใจมารัดที่หน้าอกจับจังหวะการเต้นกัวใจเพื่อวัดการเผาแคลฯ แต่ตามตัวเลขบนลู่วิ่งเมจิเคยบอกไปแล้วว่าตัวเลขบนหน้าจอเมจิไม่แนะนำค่ะ เพราะเป็นตัวเลขที่ไม่แน่นอน เป็นแค่ค่าโดยประมาณแล้วส่วนมากไม่ตรงกับแคลที่เราเผาจริงๆค่ะ สมมุติเครื่องวัดหน้าอกบอกว้าคุณออกกำลังกาย40นาทีคุณเผาไป350kcal แปลว่าวันนั้นคุณทานได้ 2,150แคลฯจากปกติทานได้วันละ1,800แคล การออกกำลังกายจึงถือว่าเป็นกำไร; -
Good morning from Lisbos ประเทศProtugalค่ะ เดินทางข้ามมาอีกทวีป นี่เป็นครั้งแรกในการมาที่นี่ เมื่อวานพอถึงโรงแรมหิวมากค่ะ เลยไปหาอะไรทานเดินชมเมือง ตอนนี้ที่นี่7โมงเช้าห่างจากบ้านเรา6ชั่วโมง ******วันนี้เรามาบริหารหน้าท้องส่วนบนสะดือและล่างสะดือนะคะ เอาballมาบีบไว้จะได้firms upper bodyด้วยค่ะ บีบballตลอดการออกกำลังกายเกร็งหน้าท้องอย่าให้หลังแอ่น พยายามดึงหลังให้แนบพื้นไว้ตลอดนะคะไม่งั้นจะไม่firmค่ะ; -
วันนี้ต้องนั่งทั้งวันบนเครื่องบินไม่ได้ใช้พลังงานเผาผลาญมากเลย หลักการทานของเมจิคืองดแป้ง น้ำตาล คาร์โบไฮเดรต แบบตรงทุกชนิด เช่น ขนมปัง แซนวิช pizza แล้วมาดื่มน้ำโซดาใส่มะนาวบีบลงไปแทน เพราะมะนาวมีความเป็นด่าง ลดความเป็นกรดในร่างกาย น้ำตาลในเลือดต้องการความเป็นกรดในการเปลียนเป็นไขมันสะสมค่ะ แต่ตัวsodaเองเค้าก็เป็นกรดค่ะ แต่soda ขับโซเดียมออกมาทางปัสสวะได้ดีกว่า อย่างน้อยก็ยังได้มะนาวปรับสมดุลบ้าง เบาๆsoft softค่ะ ใครที่ต้องขึ้นเครื่องนานๆแล้วห่วงเรื่องน้ำหนักก็แอย่าทานแป้ง น้ำตาล คาร์โบไฮเดรต มากนะคะ; -
Good morning from Istanbul ค่ะ เมื่อวานหลังจากชมวังสุลต่านตั้งแต่เช้า9โมงถึงบ่าย3เดินทั้งวันแดดร้อนมากค่ะ เสร็จมาพักผ่อนที่โรงแรม ซักชั่วโมง แล้วก็มาบริหารร่างกายอีก40-60นาที เพราะโรงแรมที่นี่ไม่มีgymค่ะ แต่เมจิไม่กังวล อยู่ที่ไหนเมจิก็ออกกำลังกายได้ค่ะ ****เมจิขอแนะนำเวลาไปท่องเที่ยวอุปกรณ์ที่หาง่ายที่สุดคือเก้าอี้ เรามาบริหารส่วนก้นต้นขา เกร็งหน้าท้องให้มากที่สุดตลอดการออกกำลังกายเราจะได้firmท้องด้วย หลักท่านี้คือเราจะadvanceคือย่อไม่เอาขาแตะพื้นนะคะ และเวลาย่อ ขาข้างที่วางบนเก้าอี้ย่ออย่าให้เลยเข่า เป็นฉาก90องศาไว้ เพราะไม่งั้นเข่าจะบาดเจ็บ เวลาย่อโน้มตัวไปข้างหน้า ให้รู้สึกถึงความเกร็งที่ก้น และต้นขา เอามือจับพนักเก้าอี้ประคองตัวไว้นะคะ หลักการคือห้ามเอาขาที่ไม่ได้อยู่บนเก้าอี้แตะพื้น เพิ่มlevel สร้างกล้ามเนื้อให้fit&firmมากขึ้น ท่านี้เราจะได้ก้นที่firmไม่แบนย้อย และลดเซลลูไลท์ที่ต้นขาด้วยค่ะ ก่อนอาบน้ำทำหน้ากระจก กำจัดผิวเปลือกส้มค่ะ ****วันนี้เมจิจะเดินทางไปประเทศโปรตุเกสต่อวันนี้ค่ะ ไว้ถึงแล้วจะแชร์ภาพให้ดูค่ะ;
-
วันนี้เดินอีกวันตั้งแต่9โมงเช้า ถึงตอนนี้กลับมาถึงโรงแรม แล้วค่ะ ที่istanbulวังสุลต่านสวยมาก ที่นี่คือวัง@BeylerbeyI palaceได้รับอิทธิพลจากตะวันตก สร้างในสมัยศตวรรตที่19ใช้เวลาสร้าง14ปี มีหลายร้อยห้อง ถ้าใครมาเที่ยวที่Istanbulเมจิแนะนำprivate guide ดีที่สุดค่ะ เพราะเวลาเข้าไปดูแต่ละสถานที่ไม่ต้องเข้าคิวยาวเป็น50-100คน เดินเข้าได้เลย แหมแต่เสียดายมากคือเค้าห้ามถ่ายรูปในวัง อลังการงานสร้างมากๆ สุดบรรยาย ภายในdetail ตั้งแต่กำแพง เพดาน พรม โคมไฟ เก้าอี้ เปียโน ภาพวาดบนผนัง สวยจริงๆค่ะ ตอนนี้เกือบสี่โมงเย็นแล้ว เดินทั้งวันเลยค่ะ แดดร้อนสุดๆเดี๋ยวขอพักซักหน่อย แล้วขอออกกำลังกายซัก40นาที ก่อนอาบน้ำ พร้อมpackกระเป๋าออกเดินทางต่อไปอีกประเทศค่ะ คือโปรตุเกต the next destination ค่ะ good night นอนหลับฝันดี ใครอยากลดน้ำหนักกี่กิโลขอให้ถึงเป้าหมายโดยเร็วนะคะ ง่ายๆนิดเดียวคือ ทานน้อยกว่าเผา ใครทำได้ต่อเนื่อง เดี๋ยวน้ำหนักก็ลงค่ะ ; -
ความหิว ความอยาก แยกให้ออก ความหิวเป็นกลไกของร่างกายที่เค้าส่งมาให้เรารู้ว่าต้องทานอาหารแล้ว อาหารของร่างกายคือรับเข้ามาแล้วเป็นประโยชน์ แต่ก็มีหลายๆท่านเลยนะคะที่หิว เมืออิ่มแล้ว ยังมีความอยาก ความอยากทานนี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่เลือกสถานที่ และกาลเวลา ถึงแม้อิ่มจนพุงกางแล้วก็ตาม หากอยากทานขึ้นมา ทานจนจุกก็ไม่เป็นไร อาการอยากเนี่ยแหละค่ะคือปัญหาของการลดน้ำหนักมากที่สุด จริงๆร่างกายเราเมื่อเค้าหิว หากเราเติมอาหารลงไปไม่ว่าจะเป็นหมวดหมู่ไหน เค้าก็จะอิ่มแน่นอน ถึงแม้ในมื้อนั้นจะไม่มีแป้ง หรือ คาร์โบไฮเดรตก็ตาม มันจะเกิดความอิ่มที่ไม่อึดอัด จนต้องปลดสายเข็มขัด แค่หลายต่อหลายท่านกลับไปตีความของความอิ่มเป็นว่าต้องอิ่มจนหนักจนแน่นท้อง ถึงจะเรียกว่าอิ่มของแท้ สุดท้ายเลยบริโภคเกินที่ร่างกายจะเผาออกไป ทานจนท้องแน่นจนกลายเป็นอุปนิสัย จนร่างกายสั่งสมองว่าเธอจะอิ่มได้ ต้องใส่เข้าท้องจนแน่นนะ ! ถึงจะพอในแต่ละมื้อ ในช่วงอายุที่ยังวัยรุ่นก็ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะระบบเผาผลาญยังทำงานเต็มที่อยู่ แต่เมื่อเลยวัยเข้า30ขึ้นไป คุณทานจนแน่นเหมือนเคย แต่ระบบเผาผลาญเค้าเผาน้อยลง นั่นเลยกลายอีกสาเหตุหนึ่งของน้ำหนักเกินค่ะ ก่อนหน้าที่เมจิจะมาเริ่มดูแลร่างกายสมัยก่อน เรียกได้ว่าทานจนแน่นท้องกลมเลยค่ะในแต่ละมื้อ แถมของทานเล่นจุกจิกอีกมากมาย สมัยวัยรุ่นเมจิทานแน่นแค่ไหนตื่นมาหน้าท้องแบนเรียบ แต่พอเริ่มอายุเข้าเลข3ปุ๊บ มันไม่ใช่อย้างนั้นแล้วซิคะ นับวันยิ่งน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจนอึดอัด จากสมัยก่อนใส่size XS จนน้ำหนัก57kg เกือบย้ายไป sizeL ปัจจุบันนี้ไม่ให้มากน้อยไปกว่า49kg เพราะเมจิเปลี่ยนจากที่ทานจนแน่นในแต่ละมื้อมา มาทานแบบอิ่มพอดีๆ ไม่คับกางเกง ท่านเหลือเก็บใส่กล่องไว้ทานต่อเวลาหิว แต่ว่าปริมาณความพอดีแบบไม่แน่นท้องแต่ละท่านไม่เหมือนกัน เพราะขนาดกระเพาะไม่เท่ากัน เอาเป็นเทคนิคง่ายๆคือ อย่าทานจนขอบกางเกง กระโปรง แน่น ทานแบบอิ่มสบายตัว ลองค่อยเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง เพราะถ้าเลยความอิ่ม หากทานต่อไปเรื่อยๆจนอึดอัด เค้าเรียกทานเพราะความอยาก พอทำไปเรื่อยๆแบบอิ่มไม่อึดอัด ร่างกายจะเกิดปรับเปลี่ยนmode ในสิ่งที่เราทำเป็นประจำ ทีนี้พอมื้อไหนเราเผลออิ่มมากเกินไป จนอึดอัด ร่างกายเค้าก็บอกว่าเค้าไม่ชอบอาการแบบนี้เลย แต่เข้าใจค่ะว่าบางวันมีมื้อพิเศษกับเพื่อนๆก็ไม่เป็นไร เป็นspecial meal ได้ แต่เพียงแต่อย่าทำทุกวันทุกมื้อ เป็นประจำ ทำแค่ช่วงพิเศษนานๆทีก็เพียงพอค่ะ; -
Good morning from Istanbul ค่ะอีกหนึ่งวัน เมื่อวานสอนการboxing shadow ด้วยdbไปแล้ววันนี้เรามาตีเข่า ง่ายหน่อยค่ะสำหรับสาวๆที่เริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ เอาdbมาถือข้างละ2kg ส่วนท่อนล่างใครอยากเอาdbมารัดถ่วงให้หนักเพิ่มได้นะคะเพิ่มการออกแรงมากขึ้น ใครเข่าไม่ดีไม่ควรรัดนะคะ ตรงที่เราเอาศอกมาตีเข่าเป็นการcrunch standing abs แบบยืนตอนเอาศอกมาตีเข่าให้เกร็งหน้าท้องแล้วcrunchไปในเวลาเดียวกันค่ะ คลิปนี้จะได้ทั้งtotal body คือแขนที่ถือDB stand crunch ได้หน้าท้อง และย่อdbแตะพื้นได้ต้นขาall in one ค่ะ ส่วนYouTube:Meiji Anorma แบบfull version แต่เดี๋ยวเมจิจะไล่uploadให้นะคะเเพราะwifiที่นี่ช้ามากค่ะ vdo2-3นาทีใช้เวลาupload3ชั่วโมง!!!!!เต่าspeed; -
ทำไมทานdietแล้ว และออกกำลังกายควบคู่ น้ำหนักไม่ลงซักที? หรือลงมาแล้วพอถึงจุดหนึ่งกลับคงที่ทั้งๆที่ทานdiet และออกกำลังกายเหมือนที่เคยทำ? เมจิไปresearchมาให้แล้วค่ะ ว่าเวลาเราทานอาหารคือการรับพลังงาน เราทำกิจกรรมคือการเร่งการเผาพลังงานออก แต่ร่างกายแต่ละคนนอกจากจะมีระบบเมตาบอริซึ่ม โดยที่ไม่ต้องออกกำลังกายนั้นไม่เท่ากัน บางคนเผามาก บางคนเผาน้อย ระบบเมตาบอรึซึ่มเกิดจากDNA ส่วนนี้เราควบคุมสั่งการได้ยาก แต่ส่วนที่เราสามารถควบคุมให้ร่างกายเผาเพิ่มจากระบบที่เรามีคือการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายนั่นเอง หลักการที่เราทราบกันดีคือถ้าอยากลดน้ำหนัก ต้องทานเข้าน้อยกว่าเผาออก แต่ก็ยังมีบางคนทานก็น้อยระบบเผาก็น้อย ก็ยังถือว่าเสมอตัว การทานน้อยจึงไม่ได้เป็นคำตอบว่าจะเผาได้มาก เพราะระบบเผาในร่างกายบางท่านเกิดมาเผาน้อยอยู่แล้ว แล้วแต่พันธุกรรม ฉนั้นเราต้องรู้จักสังเกตุตัวเอง และที่หลายท่านถามว่าทานdietและออกกำลังกายมา2-3เดือนแล้วน้ำหนักลดลง แต่พอหลังจากนั้นทำแบบปกติน้ำหนักกลับคงที่ควรทำอย่างไร? พอน้ำหนักลดลงมาได้จุดหนึ่ง เราจะต้องรักษาระดับแคลลอรี่ที่เราทานให้เท่ากันทุกวัน เพราะบางท่านบางวันทานมาก บางวันทานน้อย เดี๋ยวแคลฯสูง เดี๋ยวแคลต่ำ ร่างกายเกิดอาการแคลลอรี่ เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ในแต่ละวัน. ร่างกายเลยคิดว่า เออวันนี้ชั้นกินน้อย เดี่ยวพรุ่งนี้ชั้นก็มีอาหารมาตุนใหม่มากกว่าเดิม เค้าก็เลยรู้ว่ายังไงเค้าก็มีพลังงานมาเติม ถึงแม้บางวันน้อย แต่บางวันก็มาก ฉนั้นถ้าน้ำหนักลงมาถึงจุดนึงแล้วเกิดอาการคงที่ ภายใน2อาทิตย์คุณต้องพยายามให้แคลรักษาระดับที่เคยทาน เช่นร่างกายเผาได้1,200แคลต่อวันแล้วเราทาน900แคลต่อวัน ต้องรักษาระดับนี้ไว้ให้ได้ภายใน2อาทิตย์ พอแคลฯที่ทานไม่เหวี่ยงขึ้นลง 2อาทิตย์ร่างกายก็เริ่มรู้แล้วว่า พลังงานมาเติมเค้าไม่พอใช่แน่ๆนี่ก็2weekมาแล้ว ทีนี้เค้าจะเริ่มไปดึงไขมันสำรอง มาใช้แทนแล้ว เพราะเค้าเริ่มรู้สึกที่ผ่านมามันไม่พอใช่ จำไว้นะคะ ว่าร่างกายเค้ามีโปรแกรมที่เค้าต้องปรับสภาพ แต่ว่าเค้าจะปรับไปในmodeไหน เราต้องทำแบบนั้นซ้ำๆซักประมาณ2-3weekค่ะ เค้าถึงจะเข้าmodeที่เค้าได้รับมา เหมือนที่เมจิเคยแชร์ว่า ร่างกายคนเราทำอะไรซ้ำๆเดิมๆ เค้าจะเริ่มprogramความจำ และปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมที่เราทำบ่อยๆค่ะ เทคนิคนี้ต้องใช้ความมีวินัยสูงที่เดียวในการทานอาหาร แต่อยากผอมก็คุ้มที่ละลองค่ะ เราต้องจ่ายความผอมด้วยวินัยค่ะ; -
Good morning from Istanbul ค่ะเรื่องfull vdo ในyoutube:Meiji anorma จะมีคอยไล่ๆuploadให้นะคะเพราะwifiที่นี้ช้ามาก เวลาuploadใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลยค่ะ****วันนี้เรามาต่อยมวยshadow boxing โดยใช้dbมาข้างละ2kg ต่อย3จังหวะคือjack cross คือชกตรงไปข้างหน้าซ้าย-ขวา, ฮุกคือต่อยด้านข้างซ้าย-ขวา, upper cut คือต่อยใต้คางซ้าย-ขวา แล้วhop squat เพื่อทำcardio การที่เราใช้dbมากต่อยมวยเราต้องเกร็งหน้าท้องเพราะการที่เราเหวี่ยงDB เป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำตัว และกาีsquatก็เป็นการfirmต้นขา กระโดดhopเพื่อburn ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นค่ะสร้างการburnมากขึ้นค่ะ*******;
Instagram is a registered trademark of Instagram, inc.